ส่วนประกอบสำคัญในโสมเกาหลี

ส่วนประกอบสำคัญในโสมเกาหลี

ต้นปี 1854 Garriques จากอเมริกาได้แยก สารซาโปนิน จากโสมอเมริกา และให้ชื่อว่า “panaquion” ในปี 1957 ก็มีนักวิทยาศาสตร์รัสเชียชื่อ Dr. I.I. Breakhman ได้พิมพ์เอกสารชื่อ Panax ginseng (Zhen-Shen) ในเอกสารเขาได้แนะนำว่า Saponin เป็นส่วนประกอบที่ออกฤทธิ์ เขาได้แสดง ให้เห็นถึงทฤษฎี adaptogen  ที่ได้อธิบายว่า ส่วนประกอบของโสมเกาหลี ช่วยทำให้ร่างกายสดชื่น ได้อย่างไร สารที่ออกฤทธิ์ที่ถูกเรียกว่า adaptogen ภายหลังจากนั้นการแยกและการแสดงลักษณะ ซาโปนิน และเศษส่วนของ จินเซนโนไซด์ ถูกทำให้ประสบผลสำเร็จโดยนักวิทยาศษสตร์ชาวญี่ปุ่นชื่อ SShibata และ O. Tanaka โครงสร้างโมเลกุลของจินเซนโนไซด์ในโสมเกาหลี จะมีโครงสร้างของโมเลกุล ส่วนใจกลาง 2 ชนิด คือ Protopanaxadiol และ Protopanaxtione

ซึ่งโมเลกุลใจกลาง 2 ชนิดนี้ จะจับกับน้ำตาลชนิดต่างกันแล้วจะได้ สารจินเซนโนไซด์ ชนิดต่างๆ นอกจากนี้ยังมีสารประกอบอื่นอีกมาก มาย ที่พบในรากโสม ซึ่งจริงๆ แล้ว ไม่เพียงเฉพาะในรากโสมเท่านั้นที่มีประโยชน์ ในส่วนของใบ ดอก เมล็ด กิ่งก้านและลำต้น ทั้งหมดของโสมล้วนมีคุณค่าทางยา แต่ส่วนที่มีคุณค่ามากที่สุดคือ รากโสมการได้รับสรรพคุณโสมอย่างครบถ้วนนั้น ต้องนำส่วนของรากโสมที่สมบูรณ์ทั้งหมดมา รับประทาน ซึ่งประกอบด้วยหัวราก ลำตัวราก รากแขนง และรากฝอยเล็กๆทั้งหมด

ซึ่งส่วนประกอบทั้งหมดของราก จะมีสรรพคุณทางยาไม่เหมือนกัน กล่าวคือ

  • ส่วนของรากที่เป็นส่วนหัว ลำตัว จะมีสารที่ให้สรรพคุณ ด้านกระตุ้น (หยาง = ร้อน)
  • ส่วนรากที่เป็นรากแขนง รากฝอย จะมีส่วนประกอบที่ให้สรรพคุณด้านการผ่อนคลาย (หยิน= เย็น)

ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้โสมเป็นพืชสมุนไพร ที่มีความขัดแย้งในตัวเอง กล่าวคือเนี่่องจากโสม มีสารประกอบที่ให้สรรพคุณที่แตกต่างกันอยู่ 2 ด้าน เมื่อโสมเข้าสู่ร่างกาย โสมก็จะเข้าไปทำการปรับภาวะความสมดุลในร่างกาย โดยคุณสมบัติของสารสรรพคุณส่วนหนึ่งออกฤทธิ์ แต่อีกส่วนหนึ่งไม่ออกฤทธิ์ ซึ่งก็ขึ้นอยู้กับสภาวะร่างกาย ของแต่ละคน เช่น คนที่มีภาวะความดันโลหิตสูง โสมจะทำหน้าที่ปรับความดันให้สู่ภาวะปกติ  ส่วนคนที่มีภาวะความดันต่ำ โสมจะทำหน้าที่ปรับสมดุลให้สู่สภาวะปกติเช่นกัน ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว จึงทำให้โสมสามารถ ใช้บำรุง สุขภาพ ได้อย่างครอบจักรวาล และ ทำให้โสมได้รับการขนานนามว่า คือ “ราชันย์แห่งมวลสมุนไพร”

×

Cart